
มลภาวะและการเกิดโรค เหตุผลที่คุณควรมีอากาศสะอาดอยู่รอบตัว
มลภาวะและการเกิดโรค เหตุผลที่คุณควรมีอากาศสะอาดอยู่รอบตัว ด้วยชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองในปัจจุบัน หลายคนต่างถูกบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับมลภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ เขม่าควันจากโรงงาน น้ำเสียปนเปื้อนสารเคมี หรือแม้แต่กระทั่งอาหารที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง ที่เราอาจบริโภคเข้าไปโดยไม่รู้ตัว สารพิษเหล่านี้ เมื่อได้รับการสะสมเป็นเวลานานอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้ ผลการวิจัยจากองค์กรอนามัยโลกระบุว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ของโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ของมนุษย์นั้น ล้วนแล้วแต่มีสาเหตุพื้นฐานเกี่ยวเนื่องมาจากการสัมผัสกับมลภาวะที่สะสมเป็นเวลานานทั้งสิ้น
แน่นอนว่าหนึ่งในมลภาวะ รวมถึงมลพิษที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจาก “มลภาวะทางอากาศ” อย่างที่ใครหลาย ๆ คนคงสังเกตเห็นกันว่า ยิ่งอยู่ในเมืองใหญ่ หรืออยู่ใกล้แหล่งอุตสาหกรรม มลภาวะในอากาศก็ยิ่งมีปริมาณมากจนกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของเรา ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่มลภาวะ ควันพิษ และสิ่งสกปรกในอากาศรายล้อม แถมยิ่งสูดหายใจเข้าไปมากเท่าไหร่ สิ่งสกปรกเหล่านั้นก็ยิ่งเข้าไปสะสมในร่างกายของเรามากขึ้นเท่านั้น
และด้วยความที่มลภาวะในอากาศโดยส่วนใหญ่แล้วมีขนาดเล็กมาก โดยเฉพาะฝุ่นพิษ PM2.5 ขนจมูกของมนุษย์จึงไม่สามารถคัดกรองได้ เราจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะสูดมันเข้าไปในระบบทางเดินหายใจ สะสมมันเข้าไปเรื่อย ๆ ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว โดยมลพิษที่มากับฝุ่นสามารถเข้าสู่กระแสเลือด และแทรกซึมสู่กระบวนการทำงานในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งฝุ่นละอองเหล่านี้มาจากหลายแหล่ง เช่น จากการคมนาคม การผลิตไฟฟ้า การผลิตของภาคอุตสาหกรรม กิจกรรมจากแหล่งที่อยู่อาศัยและธุรกิจการค้า และการเผาขยะในที่โล่ง ซึ่งก็เป็นทั้งฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรงและฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษอื่น ๆ ในบรรยากาศ
แล้วทำยังไงเราถึงจะปกป้องสุขภาพจากมลภาวะเหล่านั้นได้?

อันตรายจากมลภาวะในอากาศ ผลกระทบต่อสุขภาพที่มากกว่าที่จินตนาการไว้
แน่นอนว่า มลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อระบบการหายใจและชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญ ไม่สดชื่นแล้ว หากสูดเอามลพิษเหล่านี้เข้าไปเป็นจำนวนมาก หรือเป็นเวลานาน สารพิษที่สะสมอยู่ในฝุ่นควัน ฝุ่นละออง ก็จะค่อย ๆ สะสมอยู่ในร่างกาย นานวันเข้าก็จะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ รวมถึงทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะแข็งแรงแค่ไหนก็ตาม บอกเลยว่าปัญหาที่ส่งผลกระทบกับคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง
จากการศึกษา เราพบว่า “มลพิษในอากาศ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรสูงกว่าสี่ล้านคนทั่วโลก” และยังส่งผลให้อัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การมีผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น การเกิดโรคหลอดเลือดในสมองมากขึ้น การเสียชีวิตก่อนวัยจากโรคหัวใจ โรคหอบหืด หลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง มะเร็งปอด และเด็กที่เกิดใหม่ในย่านที่มีมลพิษสูงจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ และสตรีมีครรภ์ก็มีอัตราการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น
ส่วนผลกระทบอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัดอีก ก็อย่างเช่น ฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศเป็นสาเหตุโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายในเด็ก และอาจมีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง และระบบประสาทในเด็กอีกด้วย
- **ส่งผลต่อหัวใจ :**งานวิจัยได้แสดงว่าการเผชิญกับมลพิษในอากาศอาจทำให้เกิดเหตุรุนแรงเฉียบพลันกับกล้ามเนื้อหัวใจได้ รวมทั้งหัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจเต้นแรงขึ้น ตลอดจนมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันได้
- ส่งผลต่อปอดและทางเดินหายใจ : มลพิษในอากาศเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับปอดและระบบทางเดินหายใจและทำให้โรคที่เป็นอยู่กำเริบขึ้นได้ เช่น โรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด
- **ส่งผลต่อดวงตา :**เกิดการระคายเคืองบริเวณดวงตา แสบตา ทำให้เกิดตาแดง ตาอักเสบได้
- **ส่งผลต่อผิวหนัง :**ทำให้ผิวหนังอักเสบ ระคายเคืองง่าย ไวต่อการแพ้ เป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง และทำให้เกิดปัญหาผิวต่างๆ มากมาย เช่น ปัญหาสิว ผิวมัน ปัญหาริ้วรอย ปัญหาจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ
- ส่งผลต่อสมอง : การเผชิญกับมลพิษในอากาศเป็นระยะยาวเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และความหนืดของเลือดเพิ่มขึ้น
โดยในการป้องกัน และการลดผลกระทบของมลพิษในอากาศ อาจทำได้ 3 แนวทางหลัก ๆ คือ
ป้องกัน ควบคุม และลดมลพิษจากแหล่งกำเนิด เช่น การเลือกใช้เชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด การติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์บำบัดมลพิษที่เหมาะสมกับสารมลพิษชนิดนั้นๆ การกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศ มาตรฐานการระบายสารมลพิษจากแหล่งกำเนิด เป็นต้น ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นการป้องกันปัญหาที่ดีที่สุด
การป้องกันด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันเขม่าควัน และฝุ่นละออง เมื่อเกิดปัญหาหมอกควันจากการเผาขยะมูลฝอย, ใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันมลพิษประเภทก๊าซต่าง ๆ ซึ่งมักบรรจุผงถ่านคาร์บอนเพื่อดักจับก๊าซไม่ให้เข้าสู่ระบบหายใจ และใส่หน้ากากอนามัยสำหรับการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับ และลดผลกระทบจากมลพิษในอากาศ
การเพิ่มระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดมลพิษกับชุมชนและสิ่งแวดล้อม เช่น การกำหนดพื้นที่แนวกันชน (buffer zone) โดยหลักการ คือการจัดวางผังของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม และพื้นที่แนวกันชนให้มีความสัมพันธ์กับความเป็นไปได้ที่มลพิษที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของโรงงานอุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด
จะเห็นได้ว่า ปัญหามลพิษในอากาศ ส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ดังนั้น เราต้องช่วยกันดูแลรักษาคุณภาพอากาศเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมในการดำรงชีวิต โดยหากเป็นผู้ประกอบการหรือมีส่วนในการปล่อยมลพิษ เช่นการขับรถยนต์ ควรร่วมมือในการติดตั้งอุปกรณ์ลดและขจัดมลพิษให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ในชีวิตประจำวัน เรามีส่วนที่จะทำให้เกิดปัญหามลพิษในอากาศทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เราจึงควรช่วยกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งการปฏิบัตินั้นไม่ยากเกินความสามารถของเราทุกคน เพื่อให้โลกนี้น่าอยู่สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด รวมทั้งพวกเราทุกคน
แต่แน่นอนว่า หากเราเป็นแค่คนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ต้องการมีอากาศบริสุทธิ์ไว้หายใจ การจะไปควบคุมการเกิดมลพิษจากแหล่งกำเนิด หรือการเพิ่มระยะห่างของโรงงานอุตสาหกรรมกับแหล่งชุมชน ก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้นั้น คือการเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง ลดพฤติกรรมที่สร้างมลพิษในอากาศรอบตัว อาทิ การสูบบุหรี่ การเผาขยะ รวมไปจนถึงการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัวให้มีอากาศถ่ายเท และมีการคัดกรองสิ่งสกปรกในอากาศอย่างละเอียด
และส่วนนี้ คือส่วนที่ระบบอากาศสะอาดของ Sanyawit จะเข้าไปมีบทบาทนั่นเองค่ะ
ปกป้องคุณจากมลพิษภายในบ้าน ด้วยระบบอากาศของ Sanyawit
ปกป้องคุณจากมลพิษร้ายภายในบ้าน สะอาด ปลอดภัย ให้ชีวิตดีกว่าที่ผ่านมา
การเลือกใช้ระบบอากาศสะอาดที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ จะช่วยให้คุณและครอบครัวห่างไกลจากมลพิษทางอากาศและสามารถหายใจได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจและโรคภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้นจากมลพิษในอากาศอีกด้วย แต่หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ควรติดตั้งอะไรบ้าง Sanyawit พร้อมช่วยเหลือค่ะ
เพราะที่ Sanyawit เรามีบริการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านระบบอากาศภายในบ้านแบบครบวงจร โดยระบบของ Sanyawit เป็นระบบจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน เพื่อสร้างอากาศคุณภาพที่ดี สะอาด และปลอดภัย ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ฟอกอากาศสะอาดของเราอย่าง HCU เครื่องฟอกอากาศควบคุมเชื้อ รวมถึงตัวหมุนเวียนอากาศอย่าง FAU ที่จะช่วยกรองอากาศดีเข้าภายในบ้านตั้งแต่ขั้นตอนแรกโดยการสร้างให้อากาศเป็น Positive Pressure เพื่อให้อากาศเสียถูกดันออกทางช่องว่างต่าง ๆ ของบ้านจนทำให้มลภาวะนอกบ้านไม่สามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้ ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่แตกต่างกับเครื่องฟอกอากาศทั่วไป เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศภายในบ้านจะมีคุณภาพดี สะอาดและปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 รวมถึง เชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ อย่างแท้จริง เปลี่ยนอากาศให้สะอาดทุกช่วงเวลา
นอกเหนือจากคุณภาพการคัดกรองอากาศ และสิ่งสกปรกในอากาศแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Sanyawit ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากคือ “ความสวยงาม” เพราะไม่มีใครอยากให้ผู้รับเหมาเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์จนรกรุงรัง เกะกะเต็มบ้าน ดังนั้น Sanyawit จึงใส่ใจในทุกการออกแบบติดตั้ง โดยต้องมีคุณภาพการคัดกรองสิ่งสกปรกที่ดี และต้องมีความสวยงาม ไม่รกหูรกตา สามารถมั่นใจได้แบบเต็มร้อยว่าเมื่อติดตั้งแล้ว คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่จะดีขึ้นจริง ๆ
“ที่เดียวเท่านั้น ที่เคลียร์ครบ จบ ทุกความกังวล”
Sanyawit เราคือผู้ให้บริการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นระบบอากาศสะอาด การควบคุมมลพิษทางอากาศที่ครอบคลุมทั่วโลก โดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์กับโรงพยาบาลชั้นนำโดยตรง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งานและแก้ปัญหาลูกค้าให้หมดไปอย่างแท้จริง
นึกถึงอากาศสะอาด สดชื่นทุกลมหายใจ พร้อมติดตั้งโดยทีมงานมากประสบการณ์ ต้องที่ Sanyawit เท่านั้นค่ะ
