สัญญวิศว
← บทความทั้งหมด

บทความ

มะเร็งปอด เกิดจาก PM2.5 ได้หรือไม่ รีบป้องกันสุขภาพของคุณ ก่อนจะสายเกินการณ์

มะเร็งปอด เกิดจาก PM2.5 ได้หรือไม่ รีบป้องกันสุขภาพของคุณ ก่อนจะสายเกินการณ์

มะเร็งปอด เกิดจาก PM2.5 ได้หรือไม่ รีบป้องกันสุขภาพของคุณ ก่อนจะสายเกินการณ์

มะเร็งปอด เกิดจาก PM2.5 ได้หรือไม่ ? รีบป้องกันสุขภาพของคุณ ก่อนจะสายเกินการณ์ อย่างที่หลาย ๆ คนคงรู้กันดีว่า ปอด คือ อวัยวะขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศในร่างกาย คอยคัดกรองสิ่งปนเปื้อนในอากาศ ก่อนจะนำออกซิเจนดีเข้าไปหมุนเวียนในกระแสเลือดและปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แต่ถึงแม้ว่าปอดจะมีกลไกในการขับของเสียเองได้เอง แต่เมื่อได้รับมลพิษเข้าไป นอกจากจะรบกวนระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายรวมถึงระบบภูมิคุ้มกันแล้ว หากปริมาณของมลพิษเหล่านั้นเข้ามาสะสมเยอะเกินไป ก็จะเป็นเหมือนกับแผ่นกรองเก่าที่มีฝุ่นอุดตันจนสูญเสียความสามารถในการกรอง ปอดจึงเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติจนกลายเป็นมะเร็งปอดได้ ซึ่งในระยะแรกมักไม่แสดงอาการหรืออาการคล้ายโรคอื่นอย่างการไอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซึ่งกว่าจะตรวจพบโรคก็อาจจะสายไปแล้ว

แม้ว่า มะเร็งปอด อาจดูเป็นโรคไกลตัวสำหรับคนที่ไม่สูบบุหรี่ แต่จากข้อมูลล่าสุดขององค์กรอนามัยโลก (WHO) นั้น มะเร็งปอดเป็น 1 ใน 8 สาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนไทย และเป็นมะเร็งที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุดทั่วโลก อีกทั้งสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปอดนั้น ไม่ได้มาจากการสูบบุหรี่หรือการใกล้ชิดคนสูบบุหรี่เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงมลพิษ สารพิษต่าง ๆ ที่เราสูดเข้าไปในร่างกาย และสะสมมันไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดอาการของโรคขึ้นอีกด้วย

ดังนั้น การศึกษาสาเหตุและปัจจัยความเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอด เพื่อที่จะหาวิธีการป้องกันหรือวิธีการแก้ไขก่อนจะสายเกินไป จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งในวันนี้ Sanyawit ได้รวบรวมข้อมูลดี ๆ มาฝากทุกท่านในบทความนี้แล้วค่ะ

PM 2.5 ทำให้เป็นมะเร็งปอดได้หรือไม่ ?

จากวิกฤตมลพิษในอากาศที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วโลก ทั้งในเมือง นอกเมือง พื้นที่อุตสาหกรรม และพื้นที่อื่น ๆ WHO ได้แถลงว่าการที่ร่างกายเปิดรับ PM2.5 หรืออนุภาคฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 นั้น นอกจากจะมีโอกาสซึมเข้าไปในกระแสเลือดมากกว่าฝุ่นละอองขนาดใหญ่กว่า 2.5 และสามารถไปกระทบการทำงานของร่างกายแล้ว หากได้รับ PM2.5 สะสมเป็นเวลานาน ๆ ก็มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน โดยข้อมูลจากวารสารการแพทย์ Oncology Letter – PMC5920433 ได้ระบุว่า PM2.5 มีผลทำให้เซลล์ในร่างกายอาจกลายพันธุ์หรือแบ่งตัวผิดปกติ และสร้างสภาวะที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคมะเร็ง

นอกเหนือจากมะเร็ง PM2.5 ที่สะสมอยู่ในร่างกาย ไม่ได้มีความเสี่ยงแค่เพียงทำให้มีโอกาสเกิดโรคมะเร็งปอดเท่านั้น แต่ยังอันตรายต่อทุกอวัยวะที่กระแสเลือดเดินทางผ่านไปได้ โดยอาจเกิดเป็นโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดสมองตีบ ในคนที่เป็นไมเกรนทำให้มีอาการปวดหัวรุนแรงขึ้นได้อีกด้วย

จะป้องกันสุขภาพของเรายังไงดี เมื่อยังต้องอยู่ร่วมกับปัญหา PM2.5

จะป้องกันสุขภาพของเรายังไงดี เมื่อยังต้องอยู่ร่วมกับปัญหา PM2.5

  • ควรตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำ หรืออาจเริ่มมีอาการผิดปกติใด ๆ ก็ควรเข้าปรึกษากับแพทย์ทันทีอย่าให้ขาด เพราะโรคที่เพิ่งเริ่มเป็นได้ไม่นาน ย่อมรักษาง่ายกว่าโรคที่เริ่มลุกลามจนมีอาการร้ายแรงเสมอ

  • พยายามหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศสูง โดยสามารถดูข้อมูลแบบ Real-time และการพยากรณ์จากแอปรายงานคุณภาพอากาศที่เป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก หรือหากคุณไม่รู้ว่าจะใช้แอปไหนดี Sanyawit เคยรวบรวมข้อมูลมาไว้ในบทความก่อนหน้าให้แล้ว สามารถตรวจเช็คค่าอากาศและมลพิษได้จากแอปเหล่านี้ได้เลย

  • เมื่อต้องออกนอกบ้านในวันที่มีค่าฝุ่นสูง ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐาน ป้องกันฝุ่นได้อย่างแท้จริง และพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงเป็นเวลานาน ๆ

  • ลด ละ เลิกบุหรี่ให้ขาด และพยายามไม่อยู่ใกล้บริเวณที่มีคนสูบบุหรี่ (Secondhand Smoker) เพราะการอยู่ใกล้คนสูบบุหรี่ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งปอดสูงกว่าคนสูบเองซะอีก

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และทำให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมต่อสู้กับโรคภัยต่าง ๆ อยู่เสมอ

  • เลือกใช้เครื่องฟอกอากาศประสิทธิภาพสูงมาปรับปรุงคุณภาพอากาศในบ้านให้ดีขึ้น โดยต้องเป็นระบบกรองที่สามารถกรองฝุ่นเล็กละเอียดได้ถึง 0.003 ไมครอน เพราะเป็นขนาดของอนุภาคฝุ่นที่เล็กที่สุดที่เคยพบบนโลก

HCU by Sanyawit ถือเป็นเทคโนโลยีการฟอกอากาศที่ตอบโจทย์การใช้งานเพื่อป้องกัน PM2.5 ที่ดีที่สุด ณ ขณะนี้ ด้วยความที่ตัวเครื่องมาพร้อมกับประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่นละออง มลพิษ ไวรัส เชื้อโรค และแบคทีเรียขั้นสูงสุด จึงเป็นที่ยอมรับด้านคุณภาพและได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลชั้นนำ รวมถึงในแวดวงอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยมากมาย สามารถการันตีคุณภาพได้ด้วยการวัดค่าฝุ่นและสิ่งสกปรกในอากาศผ่านเครื่องมือหลังเปิดใช้งานสักพักได้ทันที

เมื่อเทียบกับเครื่องฟอกอากาศทั่ว ๆ ไปในท้องตลาดแล้ว **HCU by Sanyawit**ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมปริมาณมลภาวะในอากาศโดยเฉพาะ เพราะมีการติดตั้ง HEPA Filter ที่มีประสิทธิภาพการกรองสูงถึง 99.999% ต่อ 0.3 ไมครอน สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดเล็ก ได้มากกว่าเครื่องกรองอากาศทั่วไปในท้องตลาดหลายเท่าตัว พร้อมกรองสิ่งปนเปื้อนไปจากบริเวณที่พักอาศัยหรือสถานที่ทำงานอย่างหมดจด ทุกองค์ประกอบของเครื่อง HCU ถูกออกแบบมาภายใต้มาตรฐานการรักษาความสะอาดและการควบคุมเชื้อของกระทรวงสาธารณสุข สามารถใช้งานได้ครอบคลุมทุกสถานที่ อีกทั้งยังประหยัดไฟ แถมเสียงเงียบเพียง 50 เดซิเบล บอกเลยว่าติดตั้งไว้ที่ไหนก็ไม่กระทบชีวิตความเป็นอยู่อย่างแน่นอน

  • HCU250 เหมาะสำหรับห้อง 39-52 ตร.ม.

ระดับเสียง 50 เดซิเบล ไม่รบกวนการอยู่อาศัย

H13 HEPA Filter Class ประสิทธิภาพการกรอง 99.95%

  • HCU420 เหมาะสำหรับห้อง 40-80 ตร.ม.

ระดับเสียง 50 เดซิเบล ไม่รบกวนการอยู่อาศัย

H14 HEPA Filter Class ประสิทธิภาพการกรอง 99.99%

  • HCU530 เหมาะสำหรับห้อง 50-100 ตร.ม.

ระดับเสียง 50 เดซิเบล ไม่รบกวนการอยู่อาศัย

H14 HEPA Filter Class ประสิทธิภาพการกรอง 99.99%

  • HCU830 เหมาะสำหรับห้อง 75-150 ตร.ม.

ระดับเสียง 50 เดซิเบล ไม่รบกวนการอยู่อาศัย

H14 HEPA Filter Class ประสิทธิภาพการกรอง 99.99%

HCU by Sanyawit ผู้นำด้านอากาศสะอาด มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ที่พร้อมเปลี่ยนอากาศรอบตัวของคุณให้กลายเป็นอากาศบริสุทธิ์ ปกป้องจากมลภาวะในอากาศที่คอยกวนใจ ให้ชีวิตของคุณปลอดภัย ห่างไกลโรคร้ายอย่างยั่งยืน

สนใจอยากจับจองเป็นเจ้าของเครื่องฟอกอากาศ สามารถติดต่อเราได้ทุกเวลาค่ะ