สัญญวิศว
← บทความทั้งหมด

บทความ

ภูมิแพ้ผิวหนัง อาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 รับมือยังไงดี ? วิกฤตจากมลพิษที่มากกว่าการหายใจ

ภูมิแพ้ผิวหนัง อาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 รับมือยังไงดี ? วิกฤตจากมลพิษที่มากกว่าการหายใจ

ภูมิแพ้ผิวหนัง อาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 รับมือยังไงดี ? วิกฤตจากมลพิษที่มากกว่าการหายใจ

ภูมิแพ้ผิวหนัง อาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 รับมือยังไงดี ? วิกฤตจากมลพิษที่มากกว่าการหายใจ

ภูมิแพ้ผิวหนัง อาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 รับมือยังไงดี ? วิกฤตจากมลพิษที่มากกว่าการหายใจ

แค่อ่านก็รู้สึกคันคะเยอขึ้นมา !! เคยสังเกตตัวเองกันไหมคะ ว่าทำไมเราถึงรู้สึกคัน ไม่สบายตัว แถมยังเกิดผดผื่นได้ง่ายเวลาอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ ๆ และเต็มไปด้วยมลพิษในอากาศ ต้องบอกก่อนว่า ฝุ่น PM2.5 และมลภาวะขนาดเล็กที่ลอยปะปนอยู่เป็นจำนวนมากในอากาศเหล่านี้ นอกจากจะเสี่ยงทำลายระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังสามารถแทรกซึมเข้าไปในชั้นผิวหนัง กระตุ้นภูมิแพ้ผิวหนังกำเริบ ทำให้เกิดอาการผืนแดงและคันตามตัว ค่อย ๆ ลามจากอวัยวะหนึ่งจนไปทั่วร่างกาย โดยหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีอาการเหล่านี้ และมักจะเกิดขึ้นบ่อย ๆ ตอนที่ผิวหนังถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้ารอบตัว ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่า คุณอาจจะเป็นหนึ่งในคนที่มีอาการของโรคผิวหนัง หรือเป็น “โรคภูมิแพ้ผิวหนัง” ก็เป็นได้ค่ะ

โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) ถือเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มักมีอาการแบบเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคก็มีอยู่หลายอย่างเช่นกัน อาทิ ความผิดปกติทางพันธุกรรม สภาพแวดล้อม สารเคมีต่าง ๆ แมลง เชื้อโรค รวมถึงมลพิษในอากาศ เป็นต้น เป็นโรคที่สามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบในทารกอายุน้อยกว่า 1 ปี รองลงมาคือ เด็กโต หรือก็คือเด็กที่มีอายุระหว่าง 2-12 ปี และในวัยผู้ใหญ่ที่จะพบได้บ้าง แต่ไม่บ่อยนัก โดยผู้ที่มีอาการของโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังมักจะคันมาก มีผื่นบวมแดงและตุ่มน้ำขนาดเล็ก ระยะกึ่งเฉียบพลัน มักจะคันมาก มีผื่นแดง ตุ่มน้ำ แห้งเป็นสะเก็ด มีขุยบ้าง และระยะเรื้อรัง มักจะคันมาก ผื่นออกสีน้ำตาล อาจนูนหนา เห็นร่องผิวอย่างชัดเจน ซึ่งบอกเลยว่าอาการเหล่านี้นอกจากจะทำให้คันจนรำคาญแล้ว ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังยังทำให้เกิดร่องรอยบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้ผิวหนังดูไม่สวยงามและขาดความมั่นใจ ดังนั้นใครที่พบว่าตัวเองมีอาการแพ้เรื้อรัง ควรเข้ามาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินอาการอย่างละเอียด และเลือกวิธีการรักษาที่ตรงกับอาการของเราที่สุด

แต่นอกจากอาการแพ้ที่เกิดกับผิวหนังของเราแล้ว บางรายอาจมีอาการอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย โดยคุณสามารถสังเกตอาการของตัวเองคร่าว ๆ ว่ากำลังแพ้ฝุ่น PM2.5 อยู่หรือไม่ ได้ตามอาการเหล่านี้เลยค่ะ

  • มีอาการระคายเคืองโพรงจมูก คัดจมูก จามบ่อย น้ำมูกสีใส
  • มีอาการไอ หรือหายใจไม่สะดวก คล้ายโรคไข้หวัด
  • อาจมีตาแดง คันตา น้ำตาไหลในผู้ป่วยบางราย
  • อาจมีอาการหอบเหนื่อย หายใจได้ไม่เต็มปอด
  • หายใจเสียงหวีด บางรายอาจรุนแรงถึงระบบหายใจล้มเหลวได้
  • ในส่วนของผิวหนัง จะมีอาการคันอย่างรุนแรงจนเกิดผื่นแดงตามผิวหนัง คุมโรคไม่ได้

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่มีอาการเหล่านี้ บอกเลยว่าคุณเป็นโรคแพ้ฝุ่นละออง PM2.5 เข้าแล้ว !!

อาการแพ้จากผื่นแพ้ PM2.5 เป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นกันได้ เพราะฝุ่นละออง PM2.5 เต็มไปด้วยส่วนประกอบที่อันตรายต่อร่างกายอยู่มากมาย ยิ่งใครที่มีอาการแพ้ต่อสิ่งต่าง ๆ ง่าย อาการของโรคภูมิแพ้ฝุ่นก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเช่นกันค่ะ

แล้วควรจะรับมือยังไงดี ในยุคที่รอบตัวเต็มไปด้วยฝุ่นละออง มลพิษ และ PM2.5 แบบนี้ ? แน่นอนว่าคงไม่มีใครสามารถสวมหน้ากากกันฝุ่น หรือสวมชุดป้องกันฝุ่นละอองได้ตลอดเวลา แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนอากาศรอบตัวให้มีความสะอาดมากยิ่งขึ้น ด้วยการคัดกรองฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกในอากาศออกไป พร้อมหมุนเวียนถ่ายเทอากาศใหม่ ๆ เข้ามาได้

แต่จะทำได้อย่างไรนั้น ตามไปศึกษาพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ

ผลกระทบจาก PM2.5 ที่มาพร้อมปัญหาด้านสุขภาพ

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการรับมือ PM2.5 เพื่อปกป้องผิวหนังและระบบทางเดินหายใจของเราจากอาการแพ้ เรามาดูผลกระทบจาก PM2.5 กันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าเจ้าฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็กเหล่านี้ สามารถสร้างผลกระทบอะไรให้กับร่างกายของเราได้บ้าง บอกเลยว่าเรื่องของฝุ่นละอองขนาดเล็ก แต่ปัญหาที่ตามมาไม่ได้เล็กเลยสักนิด…!!

ผลกระทบแบบเฉียบพลัน

รู้หรือไม่ ? ฝุ่นละออง PM2.5 สามารถทำลายเซลล์ผิวหนังกำพร้าของมนุษย์โดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบของผิวหนังที่มากขึ้นได้ มีงานวิจัยจากประเทศเนเธอร์แลนด์ พบว่า การมีฝุ่นมลพิษ PM2.5 เพียงแค่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก็สามารถกระตุ้นการอักเสบของผิวหนังได้แล้ว ซึ่งฝุ่นละอองนี้จะทำให้การทำงานของเซลล์ผิวหนังผิดปกติไป ทั้งในด้านกลไกการป้องกันของผิวหนังจากสิ่งแวดล้อมภายนอก และการซ่อมแซมผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีโรคผิวหนังเดิมอยู่แล้ว เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบ สะเก็ดเงิน สิว ผมร่วง จะทำให้มีการระคายเคือง คันมากขึ้น ผื่นกำเริบมากขึ้นได้

ผลกระทบแบบเรื้อรัง

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวเสื่อมชราได้เร็วยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากปัจจัยด้านการถูกแสงแดดและการสูบบุหรี่ มีงานวิจัยถึงผลของ ฝุ่นมลพิษ PM2.5 ต่อผิวหนังมนุษย์ในระยะยาว และพบว่าฝุ่นมลพิษ PM2.5 สามารถก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่สามารถส่งผลร้ายต่อเซลล์ผิวหนังมนุษย์ได้ ทั้งในกระบวนการสร้างเซลล์ ซึ่งส่งผลต่อภาวะความชราของผิวหนัง รวมถึงจุดด่างดำบนชั้นผิวหนังด้วย โดยพบว่ามีการเกิดจุดด่างดำบริเวณใบหน้าเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังมีการเกิดริ้วรอยบริเวณร่องแก้มมากขึ้นด้วย อีกทั้งยังพบการลดลงของการทำงานในระบบภูมิคุ้มกันที่ผิวหนังด้วยเช่นกัน

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากอาการผื่นแพ้ผิวหนัง ซึ่งเกิดจาก PM2.5 และมลภาวะในอากาศ โดยส่วนมากแล้วจะเป็นกลุ่มที่มีความต้านทานของผิวหนังน้อย เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีผิวหนังบางแต่กำเนิด ไปจนถึงผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ สะเก็ดเงิน เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้ควรจะได้รับการดูแลรักษาที่ถูกวิธี รวมไปจนถึงควรต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและมลพิษมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพื่อไม่ให้อาการของโรครุนแรงขึ้น

อาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 รับมือยังไงดี ?

วิธีรับมือเบื้องต้น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอาการผื่นภูมิแพ้จากฝุ่น PM2.5 และมลพิษรอบตัว

  • ในช่วงฤดูหนาว หรือในช่วงที่มีอากาศแห้งเป็นพิเศษ ผิวหนังของเราจะแห้งมากขึ้น ในบางรายจะมีอาการคันและมีผิวหนังหลุดลอกเป็นขุย ในส่วนนี้แนะนำให้ทาครีมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังอยู่เสมอ
  • พยายามหลีกเลี่ยง สบู่ สารชำระล้างที่มีกลิ่นหอม และค่าความเป็นกรดด่างที่สูงเกินไป เนื่องจากสามารถชำระล้างไขมันดีบริเวณผิว ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวได้ง่าย และทำให้ผดผื่นกำเริบได้ง่ายด้วย
  • งดการแกะ เกาบริเวณผื่น เนื่องจากอาจทำให้ผื่นในบริเวณนั้นยิ่งลุกลาม ไม่หายขาด
  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝุ่น ไรฝุ่น มลพิษ สิ่งสกปรก รวมถึงบริเวณที่มีละอองเกสรดอกไม้
  • หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าประเภทที่มีขนสัตว์เป็นส่วนประกอบ เพราะอาจทำให้ผื่นบนผิวหนังยิ่งเห่อได้
  • ประมาณ 10% ของ ผู้ป่วยภูมิแพ้ผิวหนัง มักเป็นผู้ป่วยเด็ก และเด็กเหล่านี้มักถูกกระตุ้นอาการของโรคได้ด้วยอาหารบางประเภท เช่น นม ไข่ ถั่ว ดังนั้นจึงควรกินแต่พอดี จะควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่อยู่เสมอ
  • ควรทำจิตใจให้สบาย ไม่กังวล เนื่องจากความเครียดส่งผลต่อความรุนแรงของโรคได้เช่นกัน

แล้วการรักษาอาการผื่นภูมิแพ้ล่ะ สามารถทำได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ?

การรักษาอาการผื่นภูมิแพ้ ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเพื่อประเมินความรุนแรงและความเหมาะสมในการรักษา สำหรับการรักษาเบื้องต้นใช้ยาทาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ที่เลือกความเข้มข้นเหมาะสมต่ออายุผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยเด็กจะมีผิวที่บางกว่าผู้ใหญ่ รวมถึงต้องพิจารณาจากตำแหน่งและรอยโรคของผื่น

สำหรับสิ่งที่สำคัญควบคู่กันคือ ครีมให้ความชุ่มชื้น (Moisturizer) เนื่องจากผู้ป่วยมีอาการผิวแห้ง แพ้ได้ง่าย ควรเสริมความแข็งแรงให้กับผิวเพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ หากผู้ป่วยมีการติดเชื้อที่บริเวณผิวหนังร่วมด้วยควรพิจารณายาฆ่าเชื้อปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อในกลุ่ม Staphylococcus spp. นอกจากนี้ในปัจจุบันมียาทาประเภท Calcineurin inhibitor ที่ช่วยควบคุมอาการของโรค ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ซึ่งยานี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางผิวหนังเช่นเดียวกัน

แต่แน่นอนว่าวิธีที่กล่าวไปข้างต้นนั้น เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หรือเป็นการแก้ปัญหาตอนเกิดอาการของโรคแล้วเท่านั้น หากอยากยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ห่างไกลจากผื่นแพ้อันเกิดจาก PM2.5 และมลพิษในอากาศ สิ่งที่สามารถช่วยเราได้จริง ๆ นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงอากาศรอบ ๆ ตัวเรา ให้กลายเป็นอากาศที่สะอาด ปลอดภัย ไร้มลพิษนั่นเองค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงเกิดความสงสัยแล้วว่า แล้วจะทำยังไงถึงจะเปลี่ยนแปลงอากาศรอบ ๆ ตัวเราให้กลับมาสะอาดได้อย่างแท้จริง ในเมื่อวิธีที่กล่าวไปข้างต้นยังไม่ได้ผลมากพอ ? บอกเลยว่าปัจจุบันมีตัวช่วยอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่สามารถคัดกรองอนุภาคขนาดเล็กมาก ๆ ในอากาศได้อย่างหมดจด รวมถึงระบบที่จะช่วยหมุนเวียนถ่ายเทอากาศดี ๆ เข้ามาในตัวบ้าน พร้อมเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นเซฟโซนจากมลพิษอย่างแท้จริง

สงสัยกันแล้วใช่ไหมคะว่าวิธีที่ว่านั้นมันคืออะไร ? เลื่อนลงไปอ่านกันต่อได้เลยค่ะ

Sanyawit รับติดตั้งระบบอากาศสะอาดในบ้าน ปลอดภัย ห่างไกลผื่นแพ้

รับติดตั้งระบบอากาศสะอาด ปลอดภัย สำหรับบ้านพักอาศัย อยากห่างไกลจากฝุ่นพิษ ต้องที่นี่เลย !!

โดย Sanyawit มีบริการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านระบบอากาศสะอาดภายในบ้านแบบครบวงจร หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ตัวระบบของ Sanyawit เป็นระบบจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน เพื่อสร้างอากาศคุณภาพที่ดี สะอาดและปลอดภัย ในมาตรฐานเดียวกับห้องปลอดเชื้อตามโรงพยาบาลชั้นนำ ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ฟอกอากาศควบคุมเชื้ออย่าง HCU ที่จะเข้ามาช่วยกรองอากาศดีเข้าภายในบ้านตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยการสร้างให้อากาศเป็น Positive Pressure เพื่อให้อากาศเสียถูกดันออกทางช่องว่างต่าง ๆ ของบ้าน​​​​​​​จนทำให้มลภาวะนอกบ้านไม่สามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้ ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่แตกต่างกับเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ​​​​​​​เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศภายในบ้านจะมีคุณภาพดี สะอาดและปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 รวมถึง เชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากคุณภาพการคัดกรองอากาศ และสิ่งสกปรกในอากาศแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Sanyawit ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากคือ “ความสวยงาม” เรามีทีมงานมากฝีมือที่จะช่วยเข้ามาออกแบบและติดตั้งตัวเครื่องคัดกรองอากาศภายในบ้าน ให้ได้มุมที่สวยงาม ไม่เกะกะ รกหูรกตา เพราะเราเชื่อว่าคงไม่มีเจ้าของบ้านท่านไหนอยากให้บ้านของตัวเองดูรก ไม่สวยงาม หลังจากติดตั้งระบบคัดกรองอากาศสะอาดอย่างแน่นอน จริงไหมคะ ? ดังนั้น Sanyawit จึงใส่ใจในทุกการออกแบบติดตั้ง โดยต้องคำนึงถึงการมีคุณภาพการคัดกรองสิ่งสกปรกที่ดีเป็นหลัก และต้องมีความสวยงาม ไม่รกหูรกตา สามารถมั่นใจได้แบบเต็มร้อยว่าเมื่อติดตั้งแล้ว คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่จะดีขึ้นจริง ๆ ค่ะ

  • สะอาด ปลอดเชื้อ ไร้มลภาวะ

มีการควบคุมความสะอาด Anti Bacterial

ตามระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และวงการแพทย์

  • มั่นใจยิ่งกว่า ด้วยวัสดุกันไฟ ปลอดภัยยิ่งขึ้น

เพราะเราเลือกติดตั้งฉนวนผนังห้องด้วย Sandwich Panel

ผนังทนไฟ ควบคุมเชื้อโรค ผ่านมาตรฐาน GMP HACCP

รวมถึงมาตรฐาน Clean Room Class ระดับสากล

  • ราคาดี งานคุณภาพเกินราคา

ติดตั้งรวดเร็ว ราคาดี งานคุณภาพเกินราคา

รับประกันผลงาน 1 ปี มีบริการหลังการขายครบครัน

Sanyawitผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศสะอาด มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

สนใจอยากใช้บริการหรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อเราได้ทุกเวลาค่ะ