
มลพิษในอากาศ มีอะไรบ้าง ? แล้วแต่ละอย่างส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราอย่างไร
มลพิษในอากาศ มีอะไรบ้าง ? แล้วแต่ละอย่างส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราอย่างไร เป็นความจริงที่ยากจะยอมรับว่า ในยุคหลัง ๆ มานี้ สภาพอากาศของประเทศไทยแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าปัญหาของฝุ่นควันและมลพิษส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคนในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตามหัวเมืองใหญ่ ๆ หรือเขตอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก จากการรวบรวมข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่า… ฝุ่นควันที่เกิดจากการเผาขยะ เผานา เผาไร่ หรือวัสดุทางการเกษตรกลางแจ้ง ผนวกกับก๊าซพิษที่เกิดจากการจราจร การทำอุตสาหกรรมตามเมืองใหญ่ ๆ ส่งผลต่อสุขภาพของคนไทยอย่างเป็นวงกว้าง แม้ว่าอาการเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วจะไม่ได้แสดงออกมาทันที แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนไทยสูดเอาสิ่งสกปรกเข้าไปในร่างกายทุกวัน จนทำให้มันบั่นทอนสุขภาพของเราลงไปเรื่อย ๆ
นอกจากปัญหาด้านสุขภาพแล้ว มลพิษในอากาศยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ด้วย อาการผื่นแพ้ ระคายเคือง คัดจมูก หรือหายใจได้ไม่เต็มปอด ไม่สดชื่นแจ่มใส ก็ถือเป็นผลกระทบจากมลพิษเช่นเดียวกัน ดังนั้นเรื่องของมลพิษในอากาศ จึงไม่ใช่ปัญหาพื้น ๆ ที่ควรมองข้าม แต่ควรหาวิธีการรับมือกับมัน ก่อนที่มันจะทำร้ายสุขภาพของเรามากไปกว่าเดิมนั่นเอง

ในอากาศ มีมลพิษอะไรที่ต้องระวังบ้าง
ในประเทศไทย หน่วยงานที่คอยดูแลและรายงานเรื่องมลภาวะในอากาศนั่นก็คือ “กรมควบคุมมลพิษ” ซึ่งมีหน้าที่ต้องรายงานดัชนีคุณภาพอากาศ หรือที่เรียกว่า Air quality index (AQI) เป็นค่าที่ประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ง่าย โดยสื่อถึงมลพิษทางอากาศที่อันตรายต่อสุขภาพรวม 6 ชนิด อันได้แก่
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นฝุ่นที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้ทั้งจากยานพาหนะ การเผาวัสดุการเกษตร ไฟป่า และกระบวนการอุตสาหกรรม สามารถเข้าไปถึงถุงลมในปอดได้ ทําให้ปอดเสื่อม หลอดลมอักเสบ มีอาการหอบหืด
ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เป็นฝุ่นที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 10 ไมครอน เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง การเผาในที่โล่ง กระบวนการอุตสาหกรรม การบด การโม่ หรือการทําให้เป็นผงจากการก่อสร้าง เมื่อหายใจเข้าไปสามารถเข้าไปสะสมในระบบทางเดินหายใจ อันตรายต่อสุขภาพ
ก๊าซโอโซน (O3) เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน และสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ก่อให้เกิดการระคายเคืองตา เยื่อบุต่าง ๆ และระบบทางเดินหายใจ ความสามารถในการทำงานของปอดลดลง เหนื่อยเร็ว โดยเฉพาะในเด็ก คนชรา และคนที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง
ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของเชื้อเพลิง ก๊าซชนิดนี้จะไปแย่งจับกับฮีโมโกลบินในเลือด ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายลดน้อยลง ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการอ่อนเพลีย และหัวใจทำงานหนักขึ้น
ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม มีผลต่อระบบการมองเห็นและผู้ที่มีอาการหอบหืดหรือ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
**ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2)**เกิดการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่มีกำมะถัน (ซัลเฟอร์) ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุตา ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจ หากได้รับเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้เป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้
มลพิษในอากาศ ส่งผลกระทบกับเราอย่างไร
ภาพมวลอากาศขุ่น ๆ มัว ๆ เหมือนหมอกหนาอันเกิดจากมลพิษที่เราเห็นเป็นประจำในช่วงเวลาที่ผ่านมา แน่นอนว่ามันสร้างความกังวลให้กับผู้คนเป็นจำนวนมาก เพราะมันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สิ่งนี้ไม่ใช่ความกังวลโดยไร้เหตุผล เพราะจากการสำรวจและงานวิจัยจำนวนมากทั่วโลกก็พบความเชื่อมโยงกัน
แน่นอนว่า มลพิษทางอากาศ ส่งผลกระทบต่อระบบการหายใจและชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง เพราะนอกจากจะสร้างความรำคาญ ไม่สดชื่นแล้ว หากสูดเอามลพิษเหล่านี้เข้าไปเป็นจำนวนมาก หรือเป็นเวลานาน สารพิษที่สะสมอยู่ในฝุ่นควัน ฝุ่นละออง ก็จะค่อย ๆ สะสมอยู่ในร่างกาย นานวันเข้าก็จะกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ รวมถึงทำให้สุขภาพย่ำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะแข็งแรงแค่ไหนก็ตาม บอกเลยว่าปัญหาที่ส่งผลกระทบกับคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง
เพราะจากการศึกษา เราพบว่า “มลพิษในอากาศ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรสูงกว่าสี่ล้านคนทั่วโลก” และยังส่งผลให้อัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมากอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การมีผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มมากขึ้น การเกิดโรคหลอดเลือดในสมองมากขึ้น การเสียชีวิตก่อนวัยจากโรคหัวใจ โรคหอบหืด หลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง มะเร็งปอด และเด็กที่เกิดใหม่ในย่านที่มีมลพิษสูงจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ และสตรีมีครรภ์ก็มีอัตราการคลอดก่อนกำหนดเพิ่มขึ้น
ส่วนผลกระทบอื่น ๆ ที่เห็นได้ชัดอีก ก็อย่างเช่น ฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศเป็นสาเหตุโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายในเด็ก และอาจมีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมอง และระบบประสาทในเด็กอีกด้วย
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูงในสภาพอากาศแบบนี้
ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคน ทุกเพศ ทุกช่วงวัยก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่าง ๆ จากมลพิษและมลภาวะทางอากาศทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ ในแต่ละวัน แต่กลุ่มคนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษก็คือ เด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์ รวมถึงผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นกลุ่มคนกลุ่มนี้จึงควรหาทางป้องกันตัวเอง ด้วยการหลีกเลี่ยงการออกไปอยู่กลางแจ้ง หรือหากจำเป็นก็ควรใช้ผ้าปิดปากปิดจมูกเป็นเครื่องป้องกัน เพื่อให้ร่างกายได้รับสิ่งสกปรกในอากาศเข้าไปเป็นจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่นอกจากจะต้องป้องกันตัวเองจากมลพิษในอากาศตอนอยู่กลางแจ้งแล้ว การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบตัว หรือการเปลี่ยนอากาศในบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย ปลอดฝุ่นและมลพิษอย่างแท้จริง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน เพราะว่า “บ้าน” คือสถานที่ที่เราต้องใช้เวลาอยู่กับมันมากที่สุด หากอากาศในบ้านไม่สะอาดมากพอ ก็เป็นเรื่องยากที่เราจะป้องกันสุขภาพของเราจากมลพิษในอากาศได้ เพราะคงไม่มีใครอยากสวมผ้าปิดปากปิดจมูกกระทั่งตอนอยู่ในบ้านอย่างแน่นอน
อย่าปล่อยให้สายไปแล้วค่อยหาหนทางแก้ไข เพราะการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หรือการเริ่มทำอะไรสักอย่างตอนสุขภาพทรุดจนบานปลายแล้ว ย่อมเป็นเรื่องยากกว่าการป้อกันแต่เนิ่น ๆ เสมอ
Sanyawitหรือ Sanyawitsawa เราคือผู้นำด้านระบบอากาศสะอาด ปลอดเชื้อ เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าอย่างแท้จริง เรามีบริการออกแบบ ติดตั้ง รวมถึงให้คำปรึกษาด้านระบบอากาศสะอาดภายในที่พักอาศัย โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุขเป็นสำคัญ ด้วยประสบการณ์การติดตั้งห้องปลอดเชื้อตามโรงพยาบาลและคลินิกหลายร้อยห้อง ทำให้ทีมงาน Sanyawit ของเรามีความเชี่ยวชาญสูงในการออกแบบและปรับปรุงระบบอากาศตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง มลพิษ แบคทีเรีย รวมถึงสิ่งสกปรกอื่น ๆ ในอากาศ ก็สามารถกำจัดได้อย่างหมดจด สามารถวัดผลได้จริง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการดำเนินงานของเรา คือความปลอดภัย และความสะดวกสบายของผู้ใช้งานนั่นเอง
นอกเหนือจากคุณภาพการคัดกรองอากาศ และสิ่งสกปรกในอากาศแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Sanyawit ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากคือ “ความสวยงาม” เพราะไม่มีใครอยากให้ผู้รับเหมาเข้ามาติดตั้งอุปกรณ์จนรกรุงรัง เกะกะเต็มบ้านหรอก จริงไหม ? ดังนั้น Sanyawit จึงใส่ใจในทุกการออกแบบติดตั้ง โดยต้องมีคุณภาพการคัดกรองสิ่งสกปรกที่ดี และต้องมีความสวยงาม ไม่รกหูรกตา สามารถมั่นใจได้แบบเต็มร้อยว่าเมื่อติดตั้งแล้ว คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่จะดีขึ้นจริง ๆ
“ที่เดียวเท่านั้น ที่เคลียร์ครบ จบ ทุกความกังวล”
Sanyawit รับออกแบบ ติดตั้งห้องสะอาด ห้องปลอดเชื้อ คลีนรูม มาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศ
นึกถึงการควบคุมเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ ทีมงานมากประสบการณ์ ต้องที่ Sanyawit เท่านั้น
