สัญญวิศว
← บทความทั้งหมด

บทความ

ไฟป่า และสารพัดปัญหา PM2.5 ที่ต้องรับมือ ทำยังไงดีถ้าเราต้องอยู่ท่ามกลางมลพิษเป็นเวลานาน ?

ไฟป่า และสารพัดปัญหา PM2.5 ที่ต้องรับมือ ทำยังไงดีถ้าเราต้องอยู่ท่ามกลางมลพิษเป็นเวลานาน ?

ไฟป่า และสารพัดปัญหา PM2.5 ที่ต้องรับมือ ทำยังไงดีถ้าเราต้องอยู่ท่ามกลางมลพิษเป็นเวลานาน ?

ไฟป่า หมอกควัน และภัยแล้ง ถือเป็นวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในฤดูที่มีสภาพอากาศร้อนแล้ง และทวีความรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะทางฝั่งภาคเหนือ ซึ่งสาเหตุของการเกิดไฟป่าสามารถมาได้จากหลายปัจจัยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไฟป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาทิ เกิดจากฟ้าผ่า อากาศร้อนแล้ง แสงที่ตกกระทบกับผลึกหิน กิ่งไม้เสียดสีกันจนเกิดประกายไฟ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยเช่นเดียวกันค่ะ

อีกสาเหตุหนึ่งของการเกิดไฟป่า คือการเกิดจากพฤติกรรมต่าง ๆ ของคนด้วยกัน เช่น การหาของป่า การจุดกระตุ้นการงอกของเห็ดหรือพืชบางชนิด การทำลายพื้นที่การเกษตรหลังเก็บเกี่ยว รวมถึงการจุดเพื่อให้ป่าโล่งเพื่อลักลอบทำปศุสัตว์ สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่าแถมยังมีโอกาสทำให้ไฟเหล่านั้นลุกลามจนอยู่ในจุดที่ยากจะควบคุมอีกด้วย ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ๆ ผลกระทบจะไม่ใช่แค่บริเวณที่เกิดไฟป่าอย่างเดียว แต่มลพิษจากควันไฟเหล่านั้นจะสามารถกระจายตัวไปได้กลายร้อยกิโลเมตรจากพื้นที่ที่เกิดไฟป่าแถมยังสามารถลอยตัวอยู่ในอากาศได้นานนับเดือนหากไม่มีฝนตกลงมาชะล้าง ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่อย่างแน่นอนค่ะ

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีมลพิษอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน ๆ ?

วันนี้ Sanyawit จะพาทุกท่านไปศึกษาอันตรายที่มาจากไฟป่าและหนทางในการป้องกันไปพร้อม ๆ กันค่ะ

อันตรายจากไฟป่า ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับทุกชีวิต

อันตรายจากไฟป่า ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับทุกชีวิต

ขึ้นชื่อว่า “ไฟป่า” ก็นับว่าอันตรายมาก ๆ อยู่แล้ว เพราะหากเกิดการไหม้ขึ้นในวงกว้างจนทำให้สูญเสียพื้นที่ป่า ผลกระทบของมันจะมีมหาศาลอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว ที่แน่ ๆ คือการทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าถูกทำลาย ทำลายแหล่งอาหารของสัตว์ป่า สัตว์บางชนิดที่เคลื่อนที่ช้าจะถูกรมด้วยควันไฟจนขาดอากาศหายใจ หรือไม่ก็โดนไฟคลอกตาย หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุด สัตว์ป่าบางชนิดที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้วก็อาจเกิดการสูญพันธุ์เลยก็เป็นได้

ไม่เพียงแต่ผลกระทบต่อสัตว์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในป่าเท่านั้น เพราะไฟป่าก็มีอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นเดียวกันค่ะ การเกิดไฟป่าจะทำให้เกิดเขม่าเป็นจำนวนมาก ทั้งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หรือฝุ่นที่มีขนาดเล็กขนาดเท่ากับ PM10 หรือ PM2.5 ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะมันเป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็ก สามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายได้จากทุกช่องทาง ส่งผลกระทบทั้งกับชีวิตความเป็นอยู่ เช่น ทำให้เกิดความรำคาญใจ ไม่สบายตัว ไปจนถึงผลกระทบต่อสุขภาพได้เลยทีเดียว

แล้วผลกระทบต่อสุขภาพมีอะไรบ้าง ? เขม่าที่เกิดจากการเผาไหม้ของไฟป่า สามารถเป็นสารก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อร่างกายและผิวหนังของมนุษย์ได้อย่างมาก หากมีใครสักคนสูดดมเข้าไปมาก ๆ มลพิษจากการเผาไหม้เหล่านั้นจะสะสมในร่างกายจนก่อให้เกิดอาการแพ้หรือก่อให้เกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคหอบหืด โรคหลอดเลือดในสมองตีบ โรคมะเร็ง และโรคทางระบบหายใจอื่น ๆ บอกเลยว่าแค่สูดควันพิษจากไฟป่าเพียงอย่างเดียว ปัญหาสุขภาพก็ตามมาเพียบแล้วค่ะ

ที่กล่าวไปข้างต้นเป็นแค่ผลกระทบคร่าว ๆ ของไฟป่าเท่านั้นนะคะ เพราะนอกจากปัจจัยเรื่องสุขภาพและชีวิตความเป็นอยู่แล้ว ไฟป่า ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์บริเวณนั้น ๆ ทำให้นักท่องเที่ยวพากันหลีกเลี่ยง เศรษฐกิจฝืดเคืองอีกด้วย

จะทำยังไงดี เมื่อต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีไฟป่าประจำ

จะทำยังไงดี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมลพิษจากไฟป่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ? วิธีเบื้องต้นที่ควรทำมีดังนี้ค่ะ

  • ตรวจสอบคุณภาพอากาศในเวลาจริง เพื่อให้รู้ว่าสถานการณ์ไฟป่า ณ ปัจจุบันส่งผลกระทบต่อชุมชนมากแค่ไหนแล้ว โดยอาจตรวจสอบคุณภาพของอากาศได้จากการรายงานข่าวของกรมควบคุมมลพิษ หรือการใช้เครื่องมือ หรือแอปพลิเคชั่นตรวจสอบค่ามลพิษในอากาศด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชม. กดที่นี่
  • เมื่อทราบแล้วว่าค่ามลพิษ ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร ควรหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกเมื่อคุณภาพอากาศไม่ดีและอากาศมีหมอก แต่หากจำเป็นต้องออกไปจริง ๆ ก็พยายามใช้เวลาให้สั้นที่สุด จะสวมอุปกรณ์ป้องกันไปด้วยค่ะ โดยอุปกรณ์ที่หาได้ง่าย ๆ ใกล้มือเราก็คือหน้ากากอนามัย ที่ถึงแม้จะช่วยป้องกันจากอนุภาคขนาดเล็กมาก ๆ ไม่ได้ แต่ก็ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในอากาศได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
  • ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อป้องกันไม่ให้ควันในบ้าน และควรแน่ใจว่าไม่มีช่องทางอื่นให้ควันหลุดรอดเข้ามาได้จริง ๆ
  • หมั่นทำความสะอาดบริเวณบ้านเป็นประจำ ไม่ควรปล่อยให้มีฝุ่นสะสมเป็นอันขาดไม่ว่าจะบริเวณไหน

เรื่องของมลพิษในอากาศ ไม่ว่าจะมาจากไฟป่าก็ดี หรือมาจากอุตสาหกรรม ท่อไอเสีย และปัจจัยอื่น ๆ ก็ดี ไม่ว่าทางไหนก็เป็นปัญหาที่รับมือได้ยากด้วยกันทั้งนั้น ถึงแม้ว่าการย้ายที่อยู่อาศัยไปอยู่ในที่ที่ไม่มีปัญหาไฟป่า หรือมีปัญหามลพิษน้อยกว่า จะเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถทำแบบนั้นได้ อีกทั้งไม่มีอะไรการันตีว่าสถานที่ใหม่ที่เราเพิ่งย้ายไป ปัญหาจะน้อยกว่าจริง ๆ เพราะเรื่องของมลพิษในอากาศ เป็นสิ่งที่หาช่องทางหลีกเลี่ยงได้ยากจริง ๆ ค่ะ

แต่ก็อย่าเพิ่งท้อใจไป เพราะทุกวันนี้ก็ยังพอมีวิธีที่สามารถทำให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพกับเราน้อยที่สุดได้ โดยอย่างแรกเป็นวิธีที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ นั่นคือการสวมหน้ากากอนามัยที่สามารถกรอง PM 2.5 ได้โดยเฉพาะเป็นประจำทุกวัน ต่อมาคือการเลี่ยงการเปิดประตูหน้าต่างเพื่อลดอัตราที่ฝุ่นจะเข้ามาในบ้าน หรือ ที่อยู่อาศัย รวมถึงการปลูกต้นไม้รอบ ๆ บ้านให้มากขึ้น เพื่อให้ต้นไม้ช่วยดักจับฝุ่น และช่วยในการฟอกอากาศสะอาดบริเวณรอบ ๆ ตัวบ้านนั่นเอง

แต่แน่นอนว่าวิธีการข้างต้น เป็นเพียงวิธีการขั้นพื้นฐานที่สุดที่เราจะทำให้ตัวเองได้ แต่ไม่สามารถช่วยกรอง PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากพอ ดังนั้นตัวช่วยสำคัญอย่าง “เครื่องฟอกอากาศ” จึงถือว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบันค่ะ

Sanyawitขอนำเสนอ เครื่องฟอกอากาศควบคุมเชื้อ HCU นวัตกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการฟอกอากาศสะอาดอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการกรองที่สูงถึง 99.999% ต่อ 0.3 ไมครอน สามารถกรองสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดเล็ก ได้มากกว่าเครื่องกรองอากาศทั่วไปในท้องตลาดหลายเท่าตัว กรองได้ทั้งฝุ่น มลพิษ เชื้อโรค รวมถึงแบคทีเรีย สิ่งสกปรกอนุภาคเล็กต่าง ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดโรค

ไม่เพียงเท่านั้น ตัวเครื่องฟอกอากาศ HCU ยังมีปริมาณลมสูง ช่วยหมุนเวียนอากาศเข้า-ออกภายในบริเวณพื้นที่ที่ติดตั้งอย่างทรงประสิทธิภาพ แต่เสียงเงียบเพียง 50 เดซิเบล จึงไม่รบกวนการทำงาน การอยู่อาศัย สามารถติดตั้งไว้ภายในห้องนอนหรือห้องผู้ป่วยได้ โดยไม่กระทบต่อการพักผ่อน โดย HCU ทุกเครื่องผ่านการทดสอบมาตรฐานสำหรับห้องปลอดเชื้อโรงพยาบาล ของบริษัท Third Party มาแล้วทั้งสิ้น จึงมั่นใจได้ในประสิทธิภาพการทำงาน กรองอากาศสะอาดอย่างหมดจด ไร้สิ่งปนเปื้อนคอยกวนใจ ตอบโจทย์ทุกความต้องการในการฟอกอากาศสะอาดจริง ๆ ค่ะ

และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและแก้ปัญหาด้านมลภาวะในอากาศในปัจจุบัน Sanyawit จึงมีบริการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านระบบอากาศสะอาดภายในบ้านแบบครบวงจร โดยระบบของ Sanyawit เป็นระบบจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน เพื่อสร้างอากาศคุณภาพที่ดี สะอาดและปลอดภัย สำหรับที่อยู่อาศัย ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ฟอกอากาศสะอาดของเราอย่าง HCU รวมถึงตัวหมุนเวียนอากาศที่จะช่วยกรองอากาศดีเข้าภายในบ้านตั้งแต่ขั้นตอนแรกโดยการสร้างให้อากาศเป็น Positive Pressure เพื่อให้อากาศเสียถูกดันออกทางช่องว่างต่าง ๆ ของบ้าน​​​​​​​จนทำให้มลภาวะนอกบ้านไม่สามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้ ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่แตกต่างกับเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ​​​​​​​เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศภายในบ้านจะมีคุณภาพดี สะอาดและปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 รวมถึง เชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ อย่างแท้จริง

เพราะลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่แค่เพื่อสุขภาพของตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสุขภาพของคนที่อาศัยอยู่ใต้ชายคาบ้านเดียวกันด้วย หากเรามีอากาศที่ดีอยู่รอบตัว การจะดูแลรักษาสุขภาพให้ดีก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป โดยเฉพาะบ้านหลังไหนที่มีเด็กเล็ก ๆ คนชรา รวมถึงผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ยิ่งควรมีเครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพติดบ้านไว้ค่ะ อย่าปล่อยให้บ้านที่ควรจะเป็นจุดเซฟโซนของเรากลายเป็นแหล่งสะสมมลพิษและเชื้อร้ายในอากาศ เพราะคุณสามารถเปลี่ยนอากาศในบ้านให้มีคุณภาพขึ้นได้ทุกเวลา เพียงใช้เครื่องกรองอากาศควบคุมเชื้อ HCU ของเรา

HCU by Sanyawit ผู้นำด้านอากาศสะอาด มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

สนใจอยากจับจองเป็นเจ้าของเครื่องฟอกอากาศ สามารถติดต่อเราได้ทุกเวลาค่ะ