สัญญวิศว
← บทความทั้งหมด

บทความ

เชื้อโรคในอากาศ อันตรายแค่ไหน? ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อ

เชื้อโรคในอากาศ อันตรายแค่ไหน? ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อ

เชื้อโรคในอากาศ อันตรายแค่ไหน? ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อ

เชื้อโรคในอากาศ อันตรายแค่ไหน? ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อ เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนของเรา

ในวงจรชีวิตหนึ่งวันของคนเรา มีการหายใจเพื่อนำเอาอากาศเข้าไปในร่างกายเป็นจำนวนมาก โดยเฉลี่ยแล้วอัตราการหายใจต่อวันของคนที่มีสุขภาพปกติจะสูงถึง 20,000 – 30,000 ครั้งต่อวันเลยทีเดียว จากการวิเคราะห์ข้อมูล ในปี พ.ศ. 2563 รายงานว่า 3 ใน 5 เมืองใหญ่ของโลกจากทวีปเอเชีย มีผู้เสียชีวิตจากผลกระทบทางอากาศมากถึง 160,000 ราย ได้แก่ เมืองเดลี ประเทศอินเดีย 54,000 คน เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 40,000 คน และเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 39,000 คนเลยทีเดียว จะเห็นได้ว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยค่ะ ที่ต้องเสียชีวิตไปเพราะผลกระทบด้านอากาศเพียงอย่างเดียว

ในส่วนของประเทศไทย สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2563 – 2565 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ถึง 68,728 คน เรียกได้ว่าสูงกว่าหลาย ๆ ประเทศด้านบนอย่างมาก นี่เป็นจุดที่บ่งบอกว่าอากาศในประเทศของเราไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว การตระหนักถึงปัญหา รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตของผู้คนภายใต้คุณภาพอากาศที่ต้องสะอาดและปลอดภัย จึงเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนควรต้องมีการวางแผนเพื่อเตรียมดำเนินการอย่างเร่งด่วน

แล้วในอากาศมีอะไรที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราบ้าง?

แน่นอนว่า PM2.5 คือหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน ด้วยความที่ PM2.5 เป็นอนุภาคที่มีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า การที่มันจะเล็ดรอดเข้าไปในร่างกายของเราจึงเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ เช่นเดียวกัน โดย PM2.5 นี้ประกอบไปด้วยสิ่งสกปรกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง สารพิษ สารระเหยอินทรีย์ เกสรดอกไม้ หรือกระทั่ง “เชื้อโรคในอากาศ”

บทความของ Sanyawit ในวันนี้ จะขอพาทุกท่านมาดูอันตรายของเชื้อโรคในอากาศ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเรากันค่ะ

อันตรายของเชื้อโรคในอากาศ วายร้ายที่ตามองไม่เห็น

เชื้อโรคในอากาศถือเป็นภัยเงียบที่สามารถส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพของคนเราได้หลายวิธี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปนเปื้อนของอากาศจากมลพิษและเชื้อโรคสูง อย่างเช่น กรุงเทพ, เชียงใหม่ และจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นต่าง ๆ การไอ จาม หรือหายใจรดกัน ถือเป็นช่องทางหลักที่ทำให้เชื้อโรคสามารถกระจายในอากาศและติดต่อไปยังบุคคลอื่นได้

โรคยอดฮิตที่มักติดต่อกันผ่านอากาศ โดยมากแล้วจะเป็นโรคที่ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้หวัดนก ซาร์ส ปอดบวม และวัณโรค เป็นต้น สามารถเกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อโรคของระบบทางเดินหายใจตั้งแต่จมูก คอ หลอดลม ไปจนถึงปอด วิธีเบื้องต้นในการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสามารถทำได้โดยการล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอ ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูปิดปากและจมูกเวลาไอ/จาม และสวมหน้ากากอนามัย

นอกเหนือจากนี้ มลพิษทางอากาศก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยมลพิษทางอากาศคือการปนเปื้อนของอากาศภายในหรือภายนอกอาคารจากก๊าซและอนุภาคของแข็งที่ทำให้ลักษณะทางธรรมชาติของอากาศเปลี่ยนแปลงไป สารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่สำคัญ ได้แก่ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5 และ PM 10), ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO), โอโซน (O3), ผงเขม่าดำ (Black Carbon – BC), ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) ผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดเล็กขึ้นอยู่กับระดับการรับสัมผัสและระยะเวลาที่รับสัมผัส ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น การระคายเคืองตา จมูก และลำคอ การไอ การหายใจเสียงหวีด และการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง

การป้องกันและลดผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและเชื้อโรคในอากาศสามารถทำได้โดยการติดตามข้อมูลระดับมลพิษทางอากาศในละแวกที่อยู่อาศัยของตนเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานในพื้นที่ การอยู่ในอาคารให้มากเท่าที่จะทำได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น เด็กและผู้สูงอายุ ควรอยู่ในอาคารให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และอยู่ห่างจากถนนที่มีการจราจรหนาแน่น นอกจากนี้ การรักษาความสะอาดภายในบ้าน โดยแนะนำให้ถูพื้นและเช็ดฝุ่นด้วยผ้าเปียก เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็กลอยในอากาศ รวมถึงติดตั้งระบบอากาศสะอาดที่ได้มาตรฐาน เพื่อคัดกรองสิ่งสกปรกที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้

วิธีแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศ

เชื้อโรคในอากาศสามารถแพร่กระจายได้หลายวิธี หากนึกภาพไม่ออก ให้ลองมองย้อนไปในยุคที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการแพร่กระจายทางอากาศที่เห็นภาพชัดเจนที่สุด ซึ่งการแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศสามารถเป็นได้หลายวิธี ดังนี้

**1.การไอ จาม พูด หรือร้องเพลง:**เมื่อผู้ติดเชื้อไอ จาม พูด หรือร้องเพลง จะเกิดการฟุ้งกระจายของละอองฝอยที่มีเชื้อโรค ละอองฝอยเหล่านี้สามารถลอยอยู่ในอากาศและเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของบุคคลอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้

2.ละอองฝอยและอนุภาคละอองลอย (Aerosols): ซึ่งมี 3 รูปแบบหลัก ละอองฝอยที่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของเชื้อโรค ได้แก่ ละอองฝอยขนาดใหญ่, ละอองฝอยขนาดเล็ก, และอนุภาคของละอองฝอยหรือละอองลอย ซึ่งเกิดจากละอองฝอยขนาดเล็กที่ถูกลมพัดจนแห้งหรือสลายอย่างรวดเร็ว

3.พื้นที่ปิดที่มีการระบายอากาศไม่เพียงพอ: ในพื้นที่ปิดที่ไม่มีการระบายอากาศที่ดี ละอองฝอยและอนุภาคละอองลอยสามารถสะสมและลอยอยู่ในอากาศได้นาน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้น

4.การสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย: นอกจากการแพร่กระจายทางอากาศแล้ว เชื้อโรคยังสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยโดยตรง หรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อโรค

การป้องกันการติดเชื้อทางอากาศสามารถทำได้โดยการลดการฟุ้งกระจายของละอองฝอย และลดการรับละอองฝอยจากผู้อื่น วิธีการป้องกัน ได้แก่ การจัดพื้นที่ให้มีการระบายอากาศอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการรวมตัวในพื้นที่ปิด สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร ล้างมือด้วยน้ำสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์เข้มข้น 70% ขึ้นไป และการทำความสะอาดพื้นผิวต่าง ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อโรคในอากาศได้มากขึ้น

ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อ กับการป้องกันจากเชื้อโรคในอากาศ

ห้องปลอดเชื้อ หรือ ห้องคลีนรูม (Clean Room) เป็นสถานที่ที่มีการควบคุมปริมาณอนุภาคต่าง ๆ รวมถึงฝุ่นละออง เชื้อโรค ความชื้น อุณหภูมิ และความดันอากาศ เพื่อไม่ให้เกินระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้

ความสำคัญของห้องปลอดเชื้อมีหลายด้าน ดังนี้

  • **ป้องกันจากสิ่งสกปรกในอากาศ:**ห้องปลอดเชื้อ มีความสามารถตามชื่อของตัวเอง คือห้องปลอดเชื้อจะช่วยป้องกันและควบคุมสิ่งสกปรกในอากาศ ไม่ว่าจะเป็นมลพิษ เชื้อโรค เชื้อรา แบคทีเรีย และอากาศภายนอกไม่ให้เข้ามาในห้อง ซึ่งสำคัญมากในการผลิตยา อาหาร หรือการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยที่มีร่างกายไวต่อสิ่งสกปรกเป็นพิเศษ

  • **ควบคุมความดันอากาศ:**ห้องปลอดเชื้อสามารถออกแบบให้มีความดันอากาศเป็นลบหรือบวก เพื่อป้องกันเชื้อโรคหรือสิ่งปนเปื้อนจากภายนอกหรือภายในห้อง

  • **รักษามาตรฐานการผลิต:**ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดสูง เช่น อุตสาหกรรมยา อิเล็กทรอนิกส์ หรือชิ้นส่วนที่มีความละเอียดสูง ห้องคลีนรูมช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

  • การควบคุมปัจจัยเสริม: นอกจากการควบคุมอนุภาคและฝุ่นละอองแล้ว ห้องคลีนรูมยังควบคุมปัจจัยเสริมอื่น ๆ เช่น ความเร็วของลม อุณหภูมิ และความชื้นสัมพัทธ์ เพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตหรือการทดลอง

  • การป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค: ในโรงพยาบาล ห้องผ่าตัด หรือสถานที่รักษาตัวของผู้ป่วย ห้องปลอดเชื้อจะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยในสภาวะที่ปลอดภัยและสะอาดได้

  • **การรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์:**สำหรับอุตสาหกรรมที่มีความต้องการความสะอาดสูง เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ห้องคลีนรูมช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมามีคุณภาพสูงและปราศจากข้อบกพร่องที่อาจเกิดจากสิ่งปนเปื้อนได้เป็นอย่างดี

ด้วยเหตุนี้ ห้องปลอดเชื้อจึงมีความสำคัญต่อทั้งสุขภาพและอุตสาหกรรมการผลิตเป็นอย่างมาก

สร้างห้องปลอดเชื้อมาตรฐานโรงพยาบาลชั้นนำ กับ Sanyawit

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในด้านนี้ Sanyawit จึงมีบริการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านระบบอากาศภายในบ้าน สถานที่ทำงาน และภายในโรงพยาบาลแบบครบวงจร โดยระบบของเรามุ่งเน้นการดูแลคุณภาพอากาศ เพื่อสร้างอากาศที่สะอาดและปลอดภัย สำหรับที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน และสถานที่ที่มีผู้ป่วยที่ต้องการฟื้นฟูตัวเอง

ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องอากาศสะอาดของเราอย่าง HCU รวมถึงตัวหมุนเวียนอากาศ ที่จะช่วยกรองอากาศดีเข้าภายในอาคารตั้งแต่ขั้นตอนแรก โดยการสร้างให้อากาศเป็น Positive Pressure เพื่อให้อากาศเสียถูกดันออกทางช่องว่างต่าง ๆ ของบ้าน​​​​​​​จนทำให้มลภาวะนอกบ้านไม่สามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้ ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่แตกต่างกับเครื่องฟอกอากาศทั่วไป ​​​​​​​เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศภายในบ้านจะมีคุณภาพดี สะอาดและปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 รวมถึง เชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ อย่างแท้จริง สามารถเปลี่ยนห้องธรรมดา ให้กลายเป็นห้องปลอดเชื้อได้ในพริบตาเดียว

Sanyawitผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศสะอาด มาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข

สนใจอยากใช้บริการหรือต้องการคำปรึกษา สามารถติดต่อเราได้ทุกเวลาค่ะ