
ความจำเป็นของระบบอากาศสะอาด ในยุคที่อากาศเต็มไปด้วยมลพิษ
ความจำเป็นของระบบอากาศสะอาด ในยุคที่อากาศเต็มไปด้วยมลพิษ
ทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าหนึ่งในปัญหาที่ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบัน จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากปัญหา “มลพิษในอากาศ” ที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีประชากรอยู่อาศัยหนาแน่นอย่างกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล หรือจังหวัดที่ติดอันดับค่ามลพิษสูงสุดในทุก ๆ ปีอย่างเชียงใหม่ ด้วยความที่จังหวัดเหล่านี้มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ปริมาณการก่อมลพิษในอากาศจึงมากขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นมลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และการเผาไหม้ ดังนั้นอากาศบริสุทธิ์ที่ใช้หายใจจึงลดน้อยลงเรื่อย ๆ อย่างน่าใจหาย ซ้ำร้ายยิ่งมีปัญหาโลกร้อนจากทั่วโลกที่ไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาลง ทำให้เกิดภัยทางสภาพอากาศรูปแบบใหม่ที่เรากำลังเผชิญอยู่ในทุกวันนี้ นั่นคือ ฝุ่น PM 2.5 และโรคระบาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใหม่แทบทุกปี
การจะมีสุขภาพที่ดีในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพเหล่านี้ ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากมากจริง ๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว เพราะทุกวันนี้ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหามลพิษและสิ่งสกปรกในอากาศโดยเฉพาะ เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยในการคัดกรองและขจัดสิ่งสกปรกเหล่านั้นออกไป และคอยหมุนเวียนอากาศรอบตัวเราให้กลายเป็นอากาศที่สะอาด บริสุทธิ์อยู่เสมอ ช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพได้อย่างตรงจุดและตอบโจทย์
แต่ก่อนจะไปดูว่า “เทคโนโลยี” และ “นวัตกรรม” เหล่านั้นคืออะไร เราไปดูกันก่อนดีกว่าว่า ปัญหาเกี่ยวกับมลพิษในอากาศ ในยุคปัจจุบัน มีอะไรที่คุณต้องกังวลบ้าง และหากปล่อยไว้ต่อไป ผลเสียที่ตามมาจะน่ากังวลมากแค่ไหน? ไปดูกันเลย

ปัญหามลพิษทางอากาศในปัจจุบัน น่าเป็นห่วงขนาดไหน?
โดยทั่วไปแล้ว ในชั้นบรรยากาศของเราจะประกอบไปด้วยก๊าซและสารต่าง ๆ เช่น ก๊าซออกซิเจน หรือ ไนโตรเจน ฝุ่นละออง ไอน้ำ ซึ่งสารเหล่านี้จะมีอยู่ในปริมาณคงที่และพอเหมาะ ไม่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด แต่นานวันเข้า ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ยานพาหนะ การเผาทำลาย การก่อสร้าง การทำโรงงานอุตสาหกรรม ที่มักจะปล่อยของเสียสู่ชั้นบรรยากาศตลอดเวลา เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือสาร CFCs เป็นต้น ทำให้สารที่มีอยู่แต่เดิมในชั้นบรรยากาศเกิดการเปลี่ยนแปลง นำมาสู่ปัญหาภาวะโลกร้อน และอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ในที่สุด
แน่นอนว่าที่ผ่านมา คนธรรมดาอย่างเรา ๆ อาจไม่ได้ตระหนักถึงภัยจากมลพิษเท่าที่ควร เนื่องจากปกติเราก็ไม่ได้เห็นมลพิษเหล่านั้นด้วยตาเปล่า แล้วก็ไม่ได้รับรู้ว่าก๊าซไนโตรเจนมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่ อีกทั้งยังไม่ได้ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันของเราอย่างเห็นได้ชัดด้วย แต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน เริ่มมีการกล่าวถึงมลพิษ PM 2.5 กันมากขึ้น และมลพิษเหล่านั้นเริ่มส่งผลให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย เช่น ระคายเคือง คอแห้ง เจ็บคอ หรือแสบตา หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจกันมากขึ้นว่า ขณะนี้เรากำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อยู่จริง ๆ ซึ่งนับเป็นอันตรายรูปแบบใหม่ที่ส่งผลเสียกับสุขภาพร่างกายของเรามากกว่าที่คิด อีกทั้งยังหาทางป้องกันได้ยากอีกด้วย
หากจะดูค่ามลพิษในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าแบบเข้าใจง่าย ๆ ทางกรมควบคุมมลพิษจะมีการรายงานดัชนีคุณภาพอากาศ (Air quality Index) ของประเทศไทย โดยแบ่งดัชนีมลพิษที่นับว่าเป็นภัยต่อสุขภาพเอาไว้ 6 ชนิด ได้แก่
- ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อ PM 2.5 สามารถทะลุเข้าไปถึงชั้นถุงลมในปอดได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบทำให้เป็นโรคปอดเสื่อม หลอดลมอักเสบ หรือหอบหืด
- ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน หรือ PM 10 จะเข้าไปสะสมในทางเดินหายใจ ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
- ก๊าซโอโซน (O3) ทำให้เกิดการระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ เหนื่อยง่าย
- ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) จะทำให้หัวใจทำงานหนัก ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลีย
- ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ กระทบต่อการมองเห็น
- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ก่อให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิวหนัง เยื่อบุตา และทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
กรมควบคุมมลพิษจะแบ่งระดับคุณภาพอากาศเอาไว้สำหรับแจ้งข้อมูลให้กับประชาชน ระดับดัชนี 0-50 คืออากาศดี แต่เมื่อไรที่ค่าพุ่งขึ้นไปมากกว่า 151 นั่นหมายความว่าคุณภาพอากาศในบริเวณนั้นอยู่ในระดับอันตรายแล้ว ในระยะสั้นเราจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ หากแต่ระยะยาว เมื่อมีการสูดดมมลพิษ หรือรับฝุ่นละอองขนาดเล็กเหล่านั้นเข้าไปสะสมภายในร่างกายมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจทำให้เกิดโรคในหลอดเลือดสมอง โรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด หรือแม้แต่เด็กที่เกิดใหม่ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากแม่ ก็อาจทำให้ร่างกายไม่สมบูรณ์ ต้องคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ค่า AQI มักจะเน้นตรวจจับมลพิษจากสถานีวัดคุณภาพอากาศซึ่งติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร ดังนั้นการแจ้งเตือนจึงเน้นไปที่การงดหรือหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมภายนอกบ้าน ซึ่งนับว่าช่วยลดความเสี่ยงให้เราได้ระดับนึง แต่ต้องอย่าลืมว่า ฝุ่นละอองขนาดเล็ก และสารมลพิษอื่น ๆ ที่เรามองไม่เห็นสามารถแทรกซึมอยู่ได้ในทุก ๆ ที่ไม่เว้นแม้แต่ภายในอาคาร ซ้ำยังมีสารพิษอื่น ๆ ที่แฝงอยู่กับเครื่องใช้ในบ้านเราแบบไม่รู้ตัว อย่างเช่น สารอินทรีย์ระเหยง่ายหรือ VOCs

มลพิษในอาคาร กับอันตรายของสาร VOCs ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ในสภาวะที่รอบตัวปกคลุมด้วยมลพิษแบบนี้ แน่นอนว่าหนทางที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพคือการอยู่ในอาคาร แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า พวกฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่าง PM 2.5 สามารถแทรกซึมเข้ามาอยู่กับเราได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านอื่นที่คุณอาจไม่เคยรู้หรือตระหนักถึงมาก่อน อย่างเช่นสาร VOCs ที่มีอยู่ในแทบทุกอาคารนั่นเอง
VOCs คือ สารประกอบเคมีในรูปของสารระเหยที่มาจากของแข็งหรือของเหลว พบมากตามการเผาไม้เชื้อเพลิงจากยานพาหนะหรือโรงงานอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับสารมลพิษอื่น ๆ แต่ที่น่ากลัวคือมันยังมีอยู่ตามวัสดุอุปกรณ์ที่เราใช้กันในที่อยู่อาศัยด้วย อาทิ สีทาบ้าน หมึกพิมพ์ เทียนหอม น้ำยาทำความสะอาด แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อีกมากมายที่มีกลิ่นแรง
ซึ่งจะมาในรูปของกลิ่นที่ฉุนจนเราแสบจมูก เคืองตา หรือหากใครไปสัมผัสเข้าก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้
ในเมื่อมลพิษทางอากาศที่เรามองไม่เห็นมีอยู่ทุกที่ แต่มีหน่วยงานที่วัดและประเมินค่าต่าง ๆ ได้แค่ภายนอกเท่านั้น แล้วแบบนี้ ภายในอาคารที่เราใช้ชีวิตอยู่อย่างบ้านหรือออฟฟิศล่ะ จะรู้ได้ยังไงว่ามีมลพิษอยู่ในระดับอันตรายมากน้อยแค่ไหน? แล้วจะดูแลสุขภาพของเราได้ยังไง ในเมื่อทุก ๆ สถานที่ก็มีมลพิษเหมือนกันแบบนี้?
เพื่อปกป้องสุขภาพคุณจากภายในจนถึงภายนอกบ้าน Sanyawit ของเรา พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการเหล่านั้น
Sanyawit รับติดตั้งระบบอากาศสะอาดในบ้าน ปลอดภัย ห่างไกลมลพิษในอากาศ
รับติดตั้งระบบอากาศสะอาด ปลอดภัย ไร้โรค สำหรับบ้านพักอาศัย อยากห่างไกลจากฝุ่นพิษ ต้องที่นี่ Sanyawit
โดย Sanyawit มีบริการออกแบบ ติดตั้ง และให้คำปรึกษาด้านระบบอากาศสะอาดภายในบ้านแบบครบวงจร หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือ ระบบอากาศสะอาดของ Sanyawit เป็นระบบจัดการคุณภาพอากาศภายในบ้าน เพื่อสร้างอากาศคุณภาพที่ดี สะอาดและปลอดภัย ในมาตรฐานเดียวกับห้องปลอดเชื้อตามโรงพยาบาลชั้นนำ ด้วยการทำงานของอุปกรณ์ฟอกอากาศสะอาดของเราอย่าง HCU รวมถึงตัวหมุนเวียนอากาศที่จะช่วยกรองอากาศดีเข้าภายในบ้านตั้งแต่ขั้นตอนแรกโดยการสร้างให้อากาศเป็น Positive Pressure เพื่อให้อากาศเสียถูกดันออกทางช่องว่างต่าง ๆ ของบ้านจนทำให้มลภาวะนอกบ้านไม่สามารถเข้าสู่ภายในบ้านได้ ซึ่งเป็นหลักการทำงานที่แตกต่างกับเครื่องฟอกอากาศทั่วไป เพื่อให้มั่นใจว่าอากาศภายในบ้านจะมีคุณภาพดี สะอาดและปลอดภัยจากฝุ่น PM 2.5 รวมถึง เชื้อโรค แบคทีเรีย และไวรัสต่าง ๆ อย่างแท้จริง
นอกเหนือจากคุณภาพการคัดกรองอากาศ และสิ่งสกปรกในอากาศแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ Sanyawit ให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากคือ “ความสวยงาม” เรามีทีมงานมากฝีมือที่จะช่วยเข้ามาออกแบบและติดตั้งตัวเครื่องคัดกรองอากาศภายในบ้าน ให้ได้มุมที่สวยงาม ไม่เกะกะ รกหูรกตา เพราะเราเชื่อว่าคงไม่มีเจ้าของบ้านท่านไหนอยากให้บ้านของตัวเองดูรก ไม่สวยงาม หลังจากติดตั้งระบบคัดกรองอากาศสะอาดอย่างแน่นอน ดังนั้น Sanyawit จึงใส่ใจในทุกการออกแบบติดตั้ง โดยต้องคำนึงถึงการมีคุณภาพการคัดกรองสิ่งสกปรกที่ดีเป็นหลัก และต้องมีความสวยงาม ไม่รกหูรกตา สามารถมั่นใจได้แบบเต็มร้อยว่าเมื่อติดตั้งแล้ว คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่จะดีขึ้นอย่างแท้จริง
- สะอาด ปลอดเชื้อ ไร้มลภาวะ
มีการควบคุมความสะอาด Anti Bacterial
ตามระดับมาตรฐานอุตสาหกรรม และวงการแพทย์
- มั่นใจยิ่งกว่า ด้วยวัสดุกันไฟ ปลอดภัยยิ่งขึ้น
เพราะเราเลือกติดตั้งฉนวนผนังห้องด้วย Sandwich Panel
ผนังทนไฟ ควบคุมเชื้อโรค ผ่านมาตรฐาน GMP HACCP
รวมถึงมาตรฐาน Clean Room Class ระดับสากล
- ราคาดี งานคุณภาพเกินราคา
ติดตั้งรวดเร็ว ราคาดี งานคุณภาพเกินราคา
รับประกันผลงาน 1 ปี มีบริการหลังการขายครบครัน
ใช้บริการระบบอากาศสะอาดกับ Sanyawit มีข้อดีอื่น ๆ ยังไงบ้าง ?
ออกแบบและประเมินงบประมาณให้ฟรี ระยะเวลาในการออกแบบและประเมินราคาไม่เกิน 2 วัน
ให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้คุณภาพตรงความต้องการและประหยัดงบประมาณที่สุด
มีประสบการณ์สูง อุปกรณ์ทุกชนิดผ่านการทดสอบการใช้งานในห้องปลอดเชื้อ รพ. จริงแล้วกว่า 600 ห้องในช่วงสถานการณ์ Covid-19 จึงสามารถการันตีมาตรฐานความสะอาดได้อย่างแน่นอน
คำนึงถึงความสวยงามของสถานที่ ไปพร้อม ๆ กับประสิทธิภาพในการใช้งาน สามารถแต่งบ้านให้สวยและสะอาดปลอดภัยไปพร้อม ๆ กันได้ ภายใต้การดำเนินงานออกแบบของ Sanyawit เพื่อให้ผลงานออกมาดีอย่างที่สุด
ปัญหามลพิษในอากาศ คือปัญหาหนักอกที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในประจำวันของเรา และแน่นอนว่าหากเราอยู่ในสภาพอากาศไม่บริสุทธิ์ที่มีแต่ก๊าซพิษและฝุ่นควัน โรคร้ายต่าง ๆ ก็จะเริ่มถามหา ไม่ในระยะสั้นก็ในระยะยาว ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพของคุณจากปัญหามลพิษเหล่านี้ ก็คือการ “กันไว้ดีกว่าแก้” เพราะคงจะเป็นเรื่องลำบากแย่หากเราเริ่มมาตระหนักถึงอันตรายของมลพิษในอากาศ ตอนที่สุขภาพทรุดโทรมจนยากจะย้อนกลับแล้ว
การทำให้บ้านและออฟฟิศของคุณ กลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 และมลพิษในอากาศนั้น นอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ อันมีปัจจัยมาจากมลพิษในอากาศแล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย เพราะหากรอบ ๆ สถานที่นั้นมีอากาศที่ดี สามารถหายใจได้อย่างเต็มปอด คนในพื้นที่ก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นตามไป โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีเด็ก คนชรา หรือผู้ป่วยที่ไวต่อสิ่งเร้าในอากาศเป็นพิเศษ การมีระบบคัดกรองอากาศสะอาดถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย เพราะการทำความสะอาดแบบทั่ว ๆ ไปเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่เพียงพอต่อการกำจัดสิ่งสกปรกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า Sanyawit ของเรา จึงพร้อมเข้ามาดูแลช่วยเหลือคุณในส่วนนั้น พร้อมเคียงข้างทุกช่วงเวลา
“เพราะลมหายใจของคุณ มีค่าทุกวินาที”
สนใจสอบถามหรืออยากใช้บริการติดตั้งระบบอากาศสะอาดกับ Sanyawitสามารถติดต่อเราได้ทุกเวลาค่ะ
